คุณสมบัติที่แตกต่างจากฟิล์มซิลเวอร์ฮาไลด์ คือ โฟโต้ไดโอดของเซ็นเซอร์ภาพที่ใช้สำหรับแปลงแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าจะอยู่ด้านล่างพื้นผิวด้านหน้าของเซ็นเซอร์ ผลลัพธ์ก็คือ แสงจะไม่สามารถไปถึงโฟโต้ไดโอดได้จนกว่าจะปะทะกับเซ็นเซอร์ในแนวเกือบตั้งฉากซึ่งจะส่งผลต่อภาพในหลายรูปแบบ เช่น ภาพมืดและเบลอ จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องมุมของแสงที่เข้ามายังเลนส์สำหรับกล้องฟิล์มซิลเวอร์ฮาไลด์ เพราะมุมของแสงที่ตกลงบนฟิล์มไม่ได้มีผลใดๆ กับ การดูดซับแสง (Photoreception) ซึ่งสังเกตได้ง่ายๆ จากบริเวณรอบๆ ภาพของเลนส์มุมกว้าง
เลนส์ ZUIKO DIGITAL มีพลังการทำงานสูง ในการเก็บรายละเอียดทั้งหมดขององค์ประกอบภาพ และจากการออกแบบมาสำหรับการทำงานในระบบดิจิตอลโดยเฉพาะจึงทำให้แสงสามารถตกลงบนเซ็นเซอร์รับภาพในลักษณะเกือบตั้งฉาก ช่วยลดการสูญเสียความละเอียดและความเข้มของแสง แม้ในบริเวณขอบภาพ หรือขณะใช้เลนส์มุมกว้าง
เริ่มจากในปี 1936 ที่ Takachiho corporation ซึ่งปัจจุบันคือ OLYMPUS CORPORATION ได้เปิดตัวกล้องรุ่นแรกของบริษัทที่ชื่อ Semi-OLYMPUS I ซึ่งใช้เลนส์กล้องที่มีชื่อว่า ZUIKO ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง แสงแห่งพระเจ้า ถือเป็นชื่อที่เป็นมงคล เหตุผลส่วนหนึ่งที่เลือกชื่อนี้ก็เป็นเพราะเลนส์ถูกพัฒนาโดย Mizuho Optical Research Laboratory (ในภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษรแรกของชื่อ "Mizuho" สามารถอ่านว่า "zui" ได้ด้วย) และบางส่วนก็เป็นเพราะชื่อของบริษัท Takachiho ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง ภูเขาแห่งพระเจ้า แต่ที่เหนือไปกว่าชื่อก็คือ ความมีคุณภาพที่สุดยอดของเลนส์ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเวลานั้น และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เลนส์ ZUIKO จึงได้ถูกติดตั้งมาพร้อมกับกล้อง OLYMPUS เรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น เลนส์ ZUIKO สำหรับกล้องฟิล์ม 35 มม. ที่ใช้ระบบ OM SLR ของเรา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น จนกลายเป็นแบรนด์ของเลนส์ประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ปัจจุบัน จากการดำเนินตามเทคโนโลยีการผลิตเลนส์ในแบบเดิม ผสานกับดิจิตอลเทคโนโลยีขั้นสูงสุด จึงทำให้แบรนด์ ZUIKO วิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น ผลก็คืออุปกรณ์เลนส์ ZUIKO DIGITAL ซึ่งประกอบไปด้วยซีรี่ส์ต่างๆ ของเลนส์คุณภาพสูงที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับกล้องดิจิตอล SLR ในรุ่นต่อไป