เริ่มขั้นตอนการดูแลรักษากันเลย
[1] การกำจัดน้ำทะเล
น้ำทะเลเป็นอันตรายกับกล้องดิจิตอลของคุณมาก อันดับแรก ให้วางผ้าขนหนู หรือผ้าที่ใช้ซับน้ำได้ บนพื้นราบ จากนั้นจึงใช้ที่เป่าลมในการไล่หยดน้ำทะเล, ฝุ่นผง หรือทรายที่ติดอยู่ตามซอกเล็กๆ ที่อยู่ทางด้านหลังของฝ่าครอบกรอบใส่กล้องสำหรับกันน้ำ จากนั้นจึงวางกล้องโดยให้เลนส์คว่ำลง แล้วจึงค่อยๆ เปิดกรอบใส่กล้องอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้หยดน้ำเข้าไปด้านใน
[2] ทำความสะอาดยางโอริงและร่องของยางโอริง
ทำความสะอาดยางโอริงโดยใช้น้ำยาเช็ดยางโอริง (O-ring Remover) ทำความสะอาดทราย, น้ำทะเล และจาระบีเก่าที่อาจติดอยู่ตามร่องของยางโอริงออกให้หมด สามารถใช้สำลีพันปลายไม้ในการทำความสะอาดร่องของยางโอริงเมื่อน้ำทะเลแห้ง จะกลายเป็นเกล็ดของเกลือ ในส่วนที่เป็นร่อง และอาจทำให้ ยางโอริงเสื่อมสภาพได้ ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่าคุณได้ทำความสะอาด ยางโอริงอย่างหมดจดทุกครั้ง
[3] การทาจาระบี
เพื่อทำให้ ยางโอริงสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้อย่างง่ายดาย และนิ่มที่สุด และกันน้ำได้เป็นอย่างดี คุณจำเป็นต้องทาจาระบีทุกครั้ง โดยพื้นฐานแล้วจาระบีไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ช่วยกันน้ำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทามากเกินไป แต่ถ้าหากใช้น้อยเกินไป ยางโอริงอาจแข็งและโค้งงอได้ยาก หรือมีความหนาไม่เท่ากัน จนเป็นสาเหตุให้เกิดการรั่วซึมได้ ซึ่งทั้งเส้นผมและทรายอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้
[4] การติดตั้งกล้องถ่ายรูปไว้ในกรอบ
เพื่อให้มีการเปิด/ปิดฝาครอบของกรอบกันน้ำน้อยที่สุด ขอแนะนำให้ใช้เมมโมรี่การ์ดที่มีความจุสูง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ใช้แบตเตอรี่ที่ผ่านการชาร์จจนเต็ม และตรวจสอบด้วยว่าได้หันด้านที่มีแถบกาวเป็นทางยาวของซองซิลิก้าเจลเข้าหาด้านในของกล้องถ่ายรูป จากนั้นติดซองให้เรียบร้อย และปิดกรอบกันน้ำ
[5] การตรวจสอบฟังก์ชั่นการใช้งาน
หลังจากที่ตั้งกล้องไว้ในกรอบกันน้ำแล้ว จะต้องทำการตรวจสอบปุ่มทั้งหมด รวมถึงปุ่มชัตเตอร์และปุ่มซูมภาพ ว่าสามารถทำงานได้เป็นปกติหรือไม่ และตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล้องสามารถอยู่ภายในกรอบได้อย่างเรียบร้อยและไม่โคลงเคลงไปมาหรือไม่ และควรระวังไม่ปล่อยให้กรอบกันน้ำและกล้องดิจิตอลของท่านได้รับการกระแทกเป็นอันขาด และพยายามวางไว้ให้ห่างจากความร้อนและความชื้นสูง
[6] การทดสอบเรื่องการรั่วซึม
หลังจากที่คุณทำการติดตั้งกล้องไว้ในกรอบกันน้ำเรียบร้อยแล้ว ให้ลองทดสอบการรั่วซึมก่อน โดยค่อยๆ จุ่มกรอบกันน้ำลงในอ่างน้ำ เพื่อดูว่ามีน้ำซึมเข้ามาหรือไม่ โดยในครั้งแรกให้จุ่มเป็นเวลา 3 นาที แล้วยกขึ้นจากน้ำทันที เพราะถ้ายางโอริงไม่แน่นหนาดีพออาจมีน้ำซึมเข้ามาในขั้นตอนนี้ ขั้นตอนต่อไป ให้จุ่มน้ำเป็นเวลา 30 ที และต่อไปก็จุ่มเป็นเวลา 3 นาที ขณะจุ่มน้ำ ให้ลองกดปุ่มต่างๆ เพื่อดูว่ามีน้ำซึมเข้าไปด้วยหรือไม่
หากคุณพบว่ามีน้ำซึม หากมีน้ำซึมเข้าไปในระหว่างที่ทำการทดสอบการรั่วซึมของน้ำ ให้นำกล้องขึ้นจากน้ำอย่างช้าๆ ห้ามยกขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นเปิดฝาครอบของกรอบกันน้ำอย่างระมัดระวัง แล้วทำตามขั้นตอนการติดตั้งใหม่ทังหมด หากพบว่ายังมีการเกิดน้ำรั่วซึมอีก ให้ลองเปลี่ยนยางโอริงอันใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ ขอแนะนำให้เตรียม ยางโอริงสำรองไว้เสมอ ในกรณีที่เกิดการรั่วซึมของน้ำ ให้รีบเช็ดทำความสะอาดให้น้ำแห้งจนหมดทุกซอกทุกมุม จากนั้นจึงนำแบตเตอรี่และเมมโมรี่การ์ด จากนั้นจึงติดต่อไปยังศูนย์บริการของ Olympus หรือผู้จัดจำหน่ายทันที
สถานที่ที่เหมาะสมกับการติดตั้งกล้อง ควรใช้สถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทและไม่มีความชื้นสำหรับเป็นห้องที่มีแสงสว่างทั่วถึง เพื่อให้เหมาะกับการติดตั้งกล้อง หากเป็นโรงแรม ที่ที่ดีที่สุด คือ ห้องน้ำ เพราะมีทั้งแสงสว่างทั่วถึงและฝุ่นละอองน้อยกว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของห้องพัก
ข้อควรระวัง เพื่อการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัยและถูกต้อง โปรดอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนใช้
[หน้าถัดไป] บทที่ 2: วิธีการถือกล้องและกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งเมื่ออยู่ใต้น้ำ