บริษัท Olympus Imaging Corporation (ประธานบริษัท คุณ มาซาฮารุ โอคุโบะ) รู้สึกยินดีกับการประกาศแผนการขยายผลิตภัณฑ์ในระบบ Olympus E-System ซึ่งถือเป็นสินค้าระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมของกล้องดิจิตอล SLR ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และใช้มาตรฐานระบบ Four Thirds System กล้องรุ่นใหม่สองรุ่นได้เปิดตัวแล้ววันนี้ ได้แก่ E-410 ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ และอีกรุ่นคือ E-510 ที่มีคุณสมบัติรอบด้าน ประสิทธิภาพสูงพร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่ล้ำสมัยรวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Mechanical Image sensor shift และยังมีอีกรุ่นที่คาดว่าจะได้รับการยอมรับในอนาคต นั่นคือกล้องรุ่นต่อเนื่องจาก E-1 ที่ปฏิวัติการดีไซน์เพื่อตอบสนองการใช้งานของช่างภาพมืออาชีพ ซึ่งจะมาครองตำแหน่งแถวหน้าของ Olympus อย่างแน่นอน โดยมีแผนเปิดตัวเป็นครั้งแรกภายในปีนี้
ทั้งสามรุ่นใช้ฟังก์ชั่น Fulltime Live View ซึ่งเป็นการขยายหน้าจอ LCD ด้านหลังที่ใช้ในการจัดวางภาพขณะถ่าย ทำให้กล้องเหล่านี้เหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพประสิทธิภาพการทำงานเหล่านี้บวกกับความเพียบพร้อมของคุณสมบัติและฟังก์ชั่นที่เหมาะสำหรับมืออาชีพจะกลายเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับกล้องรุ่นใหม่ที่ต่อเนื่องจาก E-1 นอกจากคุณสมบัติที่เหมาะสมแก่การเป็นกล้องในระดับแถวหน้าของ Olympus E-1 ยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างยิ่งใหญ่ทั้งด้านประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นการทำงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของการสร้างสรรค์ภาพที่เป็นเยี่ยม ความคล่องตัวสูง และความน่าเชื่อถือของ E-1 ให้ก้าวไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
เพื่อเป็นการสนับสนุนกล้องรุ่นใหม่ Olympus ยังได้พัฒนาเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนได้อีก 4 รุ่น ทั้งหมดสามารถใช้ได้กับมาตรฐานของระบบ Four Thirds System ซึ่งสามในสี่รุ่นมีระบบโฟกัสอัตโนมัติคลื่นซุปเปอร์โซนิค SWD (Supersonic Wave Drive) Olympus ยังประกาศอีกว่าจะเปิดตัวตัวแปลงเลนส์ระยะไกล 2 เท่า ซึ่งคาดว่าสินค้าจะออกมาในปีนี้
สินค้าที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาจะออกงานแสดงสินค้าในรูปแบบของสินค้าตัวอย่างที่ PMA 2007 International Convention และ Trade Show ในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 11 มีนาคม และที่งาน Photo-Imaging Expo 2007 (PIE2007) ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 25 มีนาคม ที่ Tokyo Bog Site ประเทศญี่ปุ่น
สินค้าที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาจะออกงานแสดงสินค้าในรูปแบบของสินค้าตัวอย่างที่ PMA 2007 International Convention และ Trade Show ในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 11 มีนาคม และที่งาน Photo-Imaging Expo 2007 (PIE2007) ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 25 มีนาคม ที่ Tokyo Bog Site ประเทศญี่ปุ่น
| Category |
Product Name |
Launch Timing |
MSRP |
| nterchangeable-lens digital SLR camera body |
E-1 successor model (Name not decided) |
Available in 2007 |
Not decided |
| Interchangeable lens |
ZUIKO DIGITAL ED 12-60mm F2.8-4.0 SWD
ZUIKO DIGITAL ED 50-200mm F2.8-3.5 SWD
ZUIKO DIGITAL ED 14-35mm F2.0 SWD
ZUIKO DIGITAL ED 70-300mm F4.0-5.6 |
Available from 2007 |
| Teleconverter |
ZUIKO DIGITAL ED 70-300mm F4.0-5.6 |
บทแรกของเรื่องราวเกี่ยวกับระบบ Olympus E-System เริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2003 ด้วยการชนะรางวัลของ E-1 ซึ่งนี่ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงถึงการเป็นที่ยอมรับในตลาดกล้องดิจิตอล SLR เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงการปรากฏตัวของกล้องดิจิตอล SLR ที่พัฒนาโดยใช้มาตรฐานของระบบ Four Thirds System ตัวแรกของโลก ตั้งแต่นั้นมา ระบบ Olympus E-System ที่ ดีไซน์เพื่อระบบดิจิตอลอย่างแท้จริง ยังคงมีการพัฒนาเพื่อให้ได้คุณภาพของภาพระดับมืออาชีพ, ประสิทธิภาพขั้นสูง, ความคล่องตัว และความน่าเชื่อถือ ด้วยดีไซน์ที่มีขนาดกะทัดรัด, น้ำหนักเบา และเสริมด้วยนวัตกรรมแห่งฟังก์ชั่นการทำงานอย่างระบบกำจัดฝุ่นของเรา
วันนี้ ระบบ Olympus E-System ได้เติบโตขึ้นเพื่อจนครบถึง 17 รุ่น ของเลนส์ ZUIKO DIGITAL และอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย รวมถึง ตัวแปลงเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล และ Extension tube ด้วยการขายมากกว่าหนึ่งล้านชิ้นทั่วโลก
ในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมันในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2006 3 ปีหลังจากการเปิดตัวของ E-1 - Olympus ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า บทที่สอง (สำหรับประวัติศาสตร์ของ Olympus E-System) จะเริ่มต้นในปี 2007 เราจะพัฒนาจุดเด่นเพื่อขยายขอบเขตของการถ่ายภาพในระบบ DSLR และเพื่อให้บอดี้, เลนส์ และอุปกรณ์เสริมของระบบ Olympus E-System แข็งแรงขึ้น กล้องรุ่นต่อเนื่องจาก E-1 จะเปิดตัวในปี 2007 เราจะพัฒนาบอดี้, เลนส์ และอุปกรณ์เสริมของระบบ Olympus E-System เพื่อให้มีหลากหลายมากขึ้น เพื่อที่ว่าผู้ใช้จะสามารถถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
หนึ่งในองค์ประกอบหลักๆ ที่สร้างความโดดเดนให้กับผลิตภัณฑ์ในบทที่สองแตกต่างไปจากในบทแรกคือการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Fulltime Live View ผสานกับดีไซน์เพื่อการใช้งานในระบบดิจิตอลอย่างแท้จริง 100% และระบบกำจัดฝุ่น ที่ก่อให้เกิดรากฐานที่สำคัญให้กับระบบ Olympus E-System ฟังก์ชั่น Fulltime Live View จะนำคุณไปสู่อีกระดับของการถ่ายภาพในระบบดิจิตอล SLR ด้วยการเปิดตัวของกล้อง E-410 ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาสุด จนเหมาะแก่การพกพาไปในทุกที่ และ E-510 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานขั้นสูงรอบด้าน เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Mechanical Image sensor shift และกล้องในรุ่นที่กำลังพัฒนาต่อเนื่องจากรุ่น E-1 ที่จะมามอบประสิทธิภาพขั้นสูงให้กับผู้ใช้ที่เป็นมืออาชีพ ซึ่ง Olympus ได้คาดหวังว่าจะสามารถนำเสนอกล้องที่มีกล้องในรุ่นต่างๆ ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้นและสามารถถ่ายภาพในระบบดิจิตอล SLR ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มุมมองภาพที่ยอดเยี่ยมและฟังก์ชั่นการถ่ายภาพที่มีคุณสมบัติรอบด้านด้วยหน้าจอ LCD แบบ "Live View" ไม่เพียงทำให้การถ่ายภาพง่ายเหมือนกล้องคอมแพ็คเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สะดวกในการสร้างสรรค์งานศิลป์ที่เข้าถึงอารมณ์อย่างแท้จริง ด้วยการถ่ายภาพในมุมใหม่ๆ และแตกต่างออกไปจากที่เคย
จุดสำคัญของบทที่สอง คือ การเตรียมเปิดตัวกล้องในรุ่นต่อของ E-1 ภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดสุดยอดลักษณะเด่นทั้งหมดที่ทำให้ E-1 เป็นจุดเริ่มต้นของกล้องดิจิตอล SLR ประสิทธิภาพการทำงานใหม่ๆ ของกล้องได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นเพื่อการใช้งานอย่างหนักของช่างภาพมืออาชีพ คุณสมบัติเฉพาะที่ดียิ่งขึ้น และระบบที่เป็นเยี่ยมกว่าที่เคย
นอกจากนั้น เลนส์ชนิดเปลี่ยนเลนส์ได้ที่เปิดตัวในวันนี้ ยังประกอบไปด้วยคุณสมบัติการทำงานขั้นสูงใหม่ๆ เช่น อย่างเช่น SWD (Supersonic Wave Drive) ที่ทำให้สามารถโฟกัสภาพแบบอัตโนมัติความเร็วสูงสุดของโลกในกล้องรุ่นเดียวกัน, ซูมภาพในระยะไกลแบบสุดยอด ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบของมาตรฐานระบบ Four Thirds System ยิ่งไปกว่านั้น Olympus จะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ ถ่ายภาพได้ดีอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
| คุณสมบัติหลักของแต่ละผลิตภัณฑ์ |
 |
กล้องระบบ ดิจิตอล SLR ที่สามารถเปลี่ยนได้ระดับแถวหน้า
กล้องในรุ่นที่ต่อเนื่องจาก E-1 (ยังไม่สรุปชื่อรุ่น)
กล้องระบบดิจิตอล SLR ที่สามารถเปลี่ยนได้ระดับแถวหน้าออกแบบมาสำหรับการใช้งานของมืออาชีพ พร้อมฟังก์ชั่น Fulltime Live View รายละเอียดของผลิตภัณฑ์จะเปิดเผยภายในปีนี้
|
 |
เลนส์ใหม่ 3 รุ่นที่มีออโต้โฟกัสแบบ high-speed SWD (Supersonic Wave Drive)
จากการพัฒนาใหม่ล่าสุดของระบบ SWD ที่เป็นต้นแบบ จึงทำให้สามารถใช้การโฟกัสอัตโนมัติด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่า พร้อมความคมชัดและความเงียบที่เป็นเยี่ยม เมื่อนำมาใช้กับกล้องในรุ่นต่อของ E-1 เลนส์เหล่านี้จะกลายเป็นผู้นำแห่งการโฟกัสอัตโนมัติที่ทำงานได้เร็วที่สุดของโลก ระบบกลไกการโฟกัสยังมาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้งานแบบแมนนวลและการตอบสนองที่แม่นยำ
ZUIKO DIGITAL ED 12-60mm (24-120mm) F2.8-4.0 SWD
เลนส์ซีรี่ส์ HG (High-Grade) ซูมภาพระยะไกล 5 เท่าด้วยมุมกว้างเทียบเท่าเลนส์ 24 มม. ของกล้องฟิล์ม 35 มม. พร้อมด้วยรูรับแสงที่กว้างสุด F2.8 ที่มุมกว้างสูงสุดถึง 12 มม. เลนส์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสว่างนี้เป็นระดับชั้นนำในบรรดาเลนส์ซูมมุมกว้าง
ZUIKO DIGITAL ED 50-200mm (100-400mm) F2.8-3.5 SWD
เลนส์ซูมภาพระยะไกลประสิทธิภาพสูง 4 เท่าเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ HG เพื่อแก้ปัญหาการเบลอของสี เลนส์ ZUIKO DIGITAL ED 50-200 มม. (100-400 มม.) F2.8-3.5 ผสานกับกลไกการทำงานของ SWD ใหม่ในระบบ AF drive เลนส์ใหม่นี้ให้ภาพคุณภาพสูงเช่นเดิมพร้อมความละเอียดและความเปรียบต่างของสีที่ยอดเยี่ยมตลอดระยะการซูม
ZUIKO DIGITAL ED 14-35mm (28-70mm)F2.0 SWD
เลนส์ซูมมาตรฐานตัวแรกของโลกที่มีรูรับแสงกว้างถึง F2.0 ตลอดการซูม เลนส์นี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของภาพและการทำงานที่แตกต่างจากซีรี่ส์ SHG (Super High Grade) และยังสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับเลนส์ซูม ZUIKO DIGITAL ด้วยการกำหนด F-stop ที่ครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพมุมกว้างที่สุดยอดไปจนถึงการถ่ายภาพระยะไกลสูงสุดที่ทำงานด้วย ED 7-14mm F4.0, ED 35-100mm F2.0 และ ED 90-250mm F2.8
|
 |
เลนส์ซูมภาพระยะไกล
ZUIKO DIGITAL ED 70-300mm (140-600mm) F4.0-5.6
เลนส์ซูมภาพระยะไกล 4.3 เท่าที่ครอบคลุมพื้นที่ภาพระยะไกลเทียบเท่ากับระยะโฟกัส 600 มม. สำหรับกล้องฟิล์ม 35 มม. ถือเป็นคุณภาพยอดเยี่ยมที่คุ้มราคา เลนส์นี้จะออกสู่ตลาดภายใต้ซีรี่ส์ Standard
*ตัวเลขในวงเล็บ () หมายถึงค่าเทียบเท่าของกล้องฟิล์ม 35 มม.
|
 |
ตัวแปลงเลนส์กำลังขยาย 2 เท่า
ZUIKO DIGITAL 2.0x Teleconverter EC-20
ตัวแปลงเลนส์ที่ช่วยเพิ่มกำลังขยาย 2 เท่าของเลนส์หลัก
|
|